First blog post

ขอแนะนำตัวก่อน ภก.เผ่าพงศ์ เหลืองรัตนา (ผล)

การศึกษา จบเภสัชศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ MBA จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่นเดียวกัน

เริ่มทำงานในโรงพยาบาลขอนแก่น แผนกห้องยาผู้ป่วยนอก และ ออกมาทำงานร้านยาพรชัยเภสัช จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา

ร้านยาพรชัยเภสัชนี้เป็นร้านที่พ่อเป็นเจ้าของเปิดร้านมาตั้งแต่ปี 2533 เป็นร้านเก่าแก่ของจังหวัดก็ว่าได้

22051002_1947590602163183_6969775924678931398_o

เป้าหมายสำคัญของการทำร้านยาพรชัยเภสัชคือ ทำให้ร้านยาเป็นที่พึ่งของชุมชน ในการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสม และเป็นการเปิดบทบาทในวิชาชีพเภสัชกรในการร่วมทำกิจกรรมต่างๆกับชุมชน

แม้เป้าหมายนี้จะยากและลำบากต่อสถาการณ์ปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง สภาพเศรษฐกิจที่ผันแปร การเข้ามาของคู่แข่งทางการค้าในมิติต่างที่เพิ่มขึ้น แต่ผมคิดว่าการทำร้านยาที่ดีนี้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด จึงได้เข้าร่วมโครงการ ร้านยาคุณภาพ ที่รับรองโดยสภาเภสัชกรรม และได้มีการตรวจประเมินอยู่สม่ำเสมอ

สำหรับข้อมูลในเวปไซด์นี้ จะพยายามเขียนจากความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่มีเกี่ยวกับงานวิชาชีพเภสัชกร หวังว่าผู้อ่านจะได้ความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการได้ผมยินดีรับความคิดเห็น และน้อมรับความผิดพลาดนั้นมาแก้ไขให้ถูกต้อง ผู้ที่ติดตามสามารถแจ้งมาได้ทุกช่องทางนะครับ

ขอบคุณที่ติดตาม

ภก.เผ่าพงศ์ เหลืองรัตนา

5/12/2560

Advertisements

ตัวขาว ตัวดำ เภสัชกรร้านยา

cube-2110612_960_720

ยาคือสินค้าคุณธรรม เป็นคำที่เภสัชกรหลายๆท่านมักจะใช้พูดเพื่อแสดงจุดยืนการทำงานของเภสัชกรชุมชน (ร้านยา) เนื่องจากยา มีทั้งประโยชน์ และ โทษ การใช้ยาจำเป็นต้องได้รับการดูแล ประเมินความเหมาสมในการเลือกใช้ ในแต่ละคน

แต่ในการทำงานของระบบร้านยาในประเทศไทย เภสัชกรชุมชนยังต้องพึงพิงผลประโยชน์ในการหยิบยืนยา หรือ สินค้าคุณธรรมนี้ให้กับผู้ที่จะใช้ยาในร้านของตัวเอง

 

ภาวะโรคหนึ่งๆแม้ตามหลักการจะมีการกำหนดยาที่เหมาะสมในการใช้ เป็นลำดับขั้นตอนไป แต่เมื่อมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าในการจำหน่าย กำไรที่ได้จะจากการขายยาแล้ว ยังมีเรื่องของการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าค้างสต๊อก ค่าเชียร์สินค้า การตอบสนองตามการโฆษณา

Flu-Vaccination-Flu-Ill-Cold-Vaccinate-Syringe-1974481.jpg

ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นไข้หวัด เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ

หากยึดตามหลักการ ท่านไม่ต้องทำอะไร พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำอุ่นๆช่วย เท่านี้อาการก็น่าจะหายได้ใน 3-5 วัน เภสัชกรท่านนั้นก็จะไม่มีรายได้อะไรสำหรับการจำหน่ายยาเลย ซึ่งย่อมส่งผลต่อการประกอบกิจการแน่แท้

ในทางตรงกันข้าม หากเภสัชท่านนั้นมีเป้าหมายในการประกอบกิจการอย่างเต็มที่ ก็จะเน้นจ่ายยาอย่างเต็มที่ซึ่งในกรณีนี้ อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา (ตามหลักการ) แต่สร้างผลประกอบการได้ดี

istock_000010317685large.jpg

ดังนั้นเภสัชกรชุมชนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสมดุลย์ระหว่างวิชาชีพ และ อาชีพ ให้เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยแต่ละคน และมีแนวทางในการบริหารจัดการภายในองค์กรให้สามารถดำเนินกิจการได้ภายใต้เงื่อนไขนี้ รวมไปถึงอาจจะต้องหาแนวทางอื่นในการได้มาซึ่งเงินสำหรับองค์กร โดยยังคงความเป็นวิชาชีพเภสัชกรรมได้เช่น การเข้าร่วมโครงการของภาครัฐที่อาจจะมีงบประมาณมาสนับสนุนกิจกรรมของร้าน เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน หรือในหลายๆร้านที่ได้เห็นในปัจจุบันพบว่าร้านยา มิได้จำหน่ายเพียงยาอย่างเดียว มีการเพิ่มสินค้าอื่นๆที่เป็นอาหารเสริม ที่อาจจะมีคุณสมบัติในการป้องกันภาวะต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพได้อีกด้วย

เภสัชกรร้านยา เขาทำอะไรกัน?

fax-1889031_1280.jpg

เภสัชกรร้านยา หรือ เรียกให้ทางการหน่อยก็ เภสัชกรชุมชน เป็นกลุ่มเภสัชกรที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้านท่านแหละครับ ร้านยาตามกฏหมายนั้นต้องมีเภสัชกรคอยควบคุมดูแล และทำหน้าที่ในการส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ หรือผู้ป่วย (เราจะยังไม่พูดถึงปัญหาร้านยาในตอนนี้)

บทบาทเภสัชกรชุมชน 

หากแบ่งเป็นตามช่วงเวลาอาจจะแบ่งได้เป็น

  1. ก่อนยาจะเข้ามาที่ร้านยา
  2. ระหว่างที่ยาอยู่ในร้าน
  3. หลังจากยาออกไปจากร้าน

pharmacy-1729445_1280.png

1.ก่อนยาจะเข้ามาที่ร้านยา

ยาก่อนที่จะนำมาไว้ที่ร้านยา เภสัชกรจะต้องพิจารณาว่ายานั้น

  • บริษัทผู้ผลิตมีมาตรฐานในการผลิตมากน้อยแค่ไหน ในปัจจุบันมาตรฐาน GMP ถือว่าเป็นเกณฑ์ในการประเมินบริษัทยาได้
  • วัตถุดิบ Raw Material นำมาจากแหล่งใด มีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
  • การวิเคราะห์ข้อมูลยา ตามมาตรฐานที่กำหนดของ อย. เช่น ปริมาณยาที่มี ปริมาณสิ่งเจือปน
  • ผลการศึกษาชีวสมมูลของยา ว่ามีผลในการออกฤทธิ์ได้ดีเพียงใด
  • บรรจุภัณฑ์ เหมาะสม เช่น แผงยาป้องกันความชื้น แสงได้ดี , กล่องสามารถจัดเรียงได้เหมาะสมไม่ฉีกขาดง่าย
  • ฉลาก มีข้อมูลครบถ้วน ชัดเจน รวมไปถึงไม่โอ้อวดเกินจริง

pharmacy-713706_1280.jpg

2.ระหว่างที่ยาอยู่ในร้าน

เมื่อเภสัชกรรับยาเข้ามาในแล้ว ต้องมีขั้นตอนต่างๆได้แก่

ก่อนจ่ายยาให้ผู้ป่วย

  • เภสัชกรต้องตรวจสอบความถูกต้องของยาที่รับเข้าว่า ถูกต้องตามที่ตกลงไว้หรือไม่
  • ยาผลิตมานานมากน้อยแค่ไหน เนื่องด้วยยาเป็นสารเคมีที่มีอายุยากำหนดประสิทธิภาพ
  • ยายังคงสภาพเหมาะสมในการจ่ายยาหรือไม่ เช่น
    • บรรจุภัณฑ์ไม่บุบสลาย
    • ยาสามารถนำจ่ายได้ปกติ
    • ยาน้ำมีการรั่วซึม หรือ ฝาขวดปิดผนึกเป็นปกติหรือไม่
  • เภสัชกรจัดเก็บยาตามมาตรฐานของยา เช่น ยาทุกตัวต้องควบคุมอุณหภูมิในการเก็บรักษาไว้ไม่สูงเกินกว่า 30 องศา , ยาบางชนิดต้องเก็บในตู้เย็น เป็นต้น

การจ่ายยาให้กับผู้ป่วย

  • เภสัชต้องประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา เช่น ถูกคน ถูกโรค ถูกขนาดการใช้หรือไม่
  • ผู้ป่วยมีข้อต้องห้ามสำหรับการใช้ยานั้นๆหรือไม่ เช่น การแพ้ยา
  • ภาวะเจ็บป่วยครั้งนี้มียาที่มีความเหมาะสมกี่ตัวที่จะใช้ และแต่ละตัวควรจะบริหารอย่างไรให้ผู้ป่วยสะดวกใช้ได้บ้าง
  • ผู้ป่วยต้องระมัดระวังอะไรบ้าง ควรป้องกันแก้ไขประเด็นไหนบ้างเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคนั้น
  • ประเมินมูลค่ายาเพื่อความเหมาะสมในการใช้ของผู้ป่วยแต่ละราย

nutrient-additives-505124_1280.jpg

3.หลังจากยาออกไปจากร้าน

หลังจากผู้ป่วยรับยาออกไปจากร้านยาแล้ว มีร้านยาจำนวนไม่น้อยเลยมีระบบติดตามการรักษา อาจจะเป็นการเชิญกลับเข้ามาเพื่อติดตามการรักษา หรือ ใช้เครื่องมืออื่นๆในการติดตามการรักษาเช่น โทรศัพท์ , Line , email หรืออื่นๆตามความเหมาสม

ประเด็นติดตามการรักษาเช่น

  • ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหลังจากใช้ยาแล้วหรือไม่
  • ผู้ป่วยได้ป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำตามที่ได้แนะนำหรือไม่
  • ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียง หรือ อาการไม่พึงประสงค์ ใดๆหรือไม่
  • ผู้ป่วยควรต้องได้รับยาอื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสรุปแล้วเภสัชกรชุมชน มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบการใช้ยาของคนในชุมชม เพื่อให้ได้รับยาที่ดีมีประสิทธิภาพที่เหมาะสม ในมูลค่าที่เป็นธรรม พร้อมทั้งติดตามการรักษาเพื่อประเมินความเหมาะสมต่อไป